1.
สื่อกลางประเภทมีสายแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง
จงเปรียบเทียบ
ตอบ
สายทองแดงแบบไม่หุ้มฉนวน
(Unshield
Twisted Pair)
-ข้อดี มีราคาถูกและนิยมใช้กันมากที่สุด
ส่วนใหญ่มักใช้กับระบบโทรศัพท์
-ข้อเสีย แต่สายแบบนี้มักจะถูกรบกวนได้ง่าย
และไม่ค่อยทนทาน
สายทองแดงแบบหุ้มฉนวน
(Shield Twisted Pair)
มีลักษณะเป็นสองเส้น มีแนวแล้วบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกันเพื่อลดเสียงรบกวน มีฉนวนหุ้มรอบนอก มีราคาถูก ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาและ การรบกวนทางไฟฟ้าต่ำ สายโทรศัพท์จัดเป็นสายคู่บิดเกลี่ยวแบบหุ้มฉนวน
มีลักษณะเป็นสองเส้น มีแนวแล้วบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกันเพื่อลดเสียงรบกวน มีฉนวนหุ้มรอบนอก มีราคาถูก ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาและ การรบกวนทางไฟฟ้าต่ำ สายโทรศัพท์จัดเป็นสายคู่บิดเกลี่ยวแบบหุ้มฉนวน
สายโคแอกเชียล (coaxial) เป็นตัวกลางเชื่อมโยงที่มีลักษณะเช่นเดียวกับสายที่ต่อจากเสาอากาศ สายโคแอกเชียลที่ใช้ทั่วไปมี 2 ชนิด คือ 50 โอห์มซึ่งใช้ส่งข้อมูลแบบดิจิทัล และชนิด 75 โอห์มซึ่งใช้ส่งข้อมูลสัญญาณแอนะล็อก สายประกอบด้วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลักหนึ่งเส้นที่หุ้มด้วยฉนวนชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันกระแสไฟรั่ว จากนั้นจะหุ้มด้วยตัวนำซึ่งทำจากลวดทองแดงถักเป็นเปีย เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสัญญาณรบกวนอื่นๆ ก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวนพลาสติก ลวดทองแดงที่ถักเป็นเปียนี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายแบบนี้มีช่วงความถี่ สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้สูงมาก และนิยมใช้เป็นช่องสื่อสารสัญญาณแอนะล็อกเชื่องโยงผ่านใต้ทะเลและใต้ดิน
ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) คือ สายสัญญาณของระบบเครือข่ายอีกชนิดหนึ่ง ที่มีความสามารถในการรับ-ส่งสัญญาณได้ไกลๆ เป็นกิโลเมตร และมีการสูญเสียของสัญญาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับสายแลนทั่วๆ ไป (CAT5, CAT5e, CAT6, CAT7 เป็นต้น
คุณสมบัติของ Fiber Optic
·
Fiber Optic ภายในทำจากแก้วที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก
·
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเท่าเส้นผมของคนเรา
·
รับส่งสัญญาณได้ระยะไกลมากเป็นกิโลเมตร
·
ต้องใช้ผู้ชำนาญ
และเครื่องมือเฉพาะในการเข้าหัวสัญญาณ
·
ราคาแพงหลายเท่า
เมื่อเทียบกับสายแลนประเภท CAT5
2.
การนำระบบเครือข่ายมาใช้ในองค์กรมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ
เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
มีประโยชน์ดังนี้
1. ช่วยในการจัดสรรทรัพยากร
และการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้ง Sofeware และ Hardware
ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย
2. สามารถนำมาใช้ในองค์กรเพื่อช่วยในการบริหารองค์กร
3. เป็นแหล่งเรียนรู้
สืบค้นข้อมูล
4. เป็นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและทัศนคติในเรื่องต่างๆ
5. นำมาใช้ในธุรกรรมต่างๆได้เช่น
ขายสินค้า Online
6. สื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายได้
7. เป็นแหล่งรวบรวมความบันเทิง
เช่น สามารถฟังเพลง เล่นเกมส์ผ่านอินเตอร์เน็ต
3. หากนำระบบเครือข่ายมาใช้ในองค์กร นักศึกษาจะเลือกรูปของระบบเครือข่าย (LAN Topology) แบบใด เพราะอะไร
ตอบ
เลือกใช้แบบ Wireless Lan เพราะ
1. สะดวกในการเคลื่อนย้าย
เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีสายเคเบิ้ลในการต่อพ่วง
2. ง่ายในการติดตั้ง
เพราะไม่จำเป็นต้องเดินสายเคเบิ้ล
3. ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องจำเป็นต้องเสียค่าบำรุงรักษา ในระยะยาว
4. สามารถขยายเครือข่ายได้ไม่จำกัด
3. ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องจำเป็นต้องเสียค่าบำรุงรักษา ในระยะยาว
4. สามารถขยายเครือข่ายได้ไม่จำกัด
4. อินเตอร์เน็ต มีข้อดีต่อระบบการศึกษาไทยอย่างไร
ตอบ
ข้อดีของอินเตอร์เน็ตต่อระบบการศึกษาไทย
1.
การใช้กิจกรรมบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคม
วัฒนธรรมและโลกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
อนุญาตให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
และสามารถสืบค้นหรือเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศจากทั่วโลกได้เช่นกัน
2. เป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่สำหรับผู้เรียน
โดยที่สื่อประเภทอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถค้นหาข้อมูลในลักษณะใดๆ
ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือในรูปแบบของสื่อประสม
โดยการสืบค้นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่โยงไยกับแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลก
3. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้เรียนในด้านทักษะการคิดอย่างมีระบบ (high-order
thinking skills) โดยเฉพาะทำให้ทักษะการวิเคราะห์สืบค้น (inquiry-basedanalytical
skill) การคิดเชิงวิเคราะห์ (critical thinking) การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการคิดอย่างอิสระ
ทั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งรวมข้อมูลมากมายมหาศาล
ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์อยู่เสมอ
เพื่อแยกแยะข้อมูลที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง
4.
สนับสนุนการสื่อสารและการร่วมมือกันของผู้เรียน ไม่ว่าจะในลักษณะของผู้เรียนร่วมห้อง
หรือผู้เรียนต่างห้องเรียนบนเครือข่ายด้วยกัน เช่น
การที่ผู้เรียนห้องหนึ่งต้องการที่จะเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อส่งไปให้อีกห้องเรียนหนึ่งนั้น
ผู้เรียนในห้องแรกจะต้องช่วยกันตัดสินใจทีละขั้นตอนในวิธีการที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลและการเตรียมข้อมูลอย่างไร
เพื่อส่งข้อมูลเรื่องการถ่ายภาพนี้ไปให้ผู้เรียนอีกห้องหนึ่งโดยที่ผู้เรียนต่างห้องสามารถเข้าใจได้โดยง่าย
5. สนับสนุนกระบวนการ สหสาขาวิชาการ (interdisciplinary)
กล่าวคือ ในการนำเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงกับกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น
นักการศึกษาสามารถที่จะบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่างๆเช่น คณิตศาสตร์
ภูมิศาสตร์ สังคม ภาษา วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
เข้าด้วยกัน
6. ช่วยขยายขอบเขตของห้องเรียนออกไป
เพราะผู้เรียนสามารถที่จะใช้เครือข่ายในการสำรวจปัญหาต่างๆ
ที่ผู้เรียนมีความสนใจ นอกจากนี้
ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป
ทำให้มุมมองของตนเองกว้างขึ้น
7.
การที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ
หรือผู้ที่ให้คำปรึกษาได้และการที่ผู้เรียนมีความอิสระในการเลือกศึกษาสิ่ง
ที่ตนเองสนใจ
ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ของผู้เรียน




